นับตั้งแต่เกิดสงครามอิสราเอล-ฮามาส ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่ลด โดยผลกระทบไม่เพียงเกิดขึ้นในอิสราเอลและฉนวนกาซา แต่ยังมีสัญญาณขยายวงไปยังประเทศใกล้เคียงที่มีจุดยืนต่อคู่ขัดแย้งรวมถึงผลประโยชน์ที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งยิ่งทำให้สงครามอิสราเอล-ฮามาส มีความซับซ้อนมากขึ้น
"อิหร่าน" พร้อมรบ อิสราเอล หากไม่หยุดโจมตีฉนวนกาซา
อิหร่าน จี้ “อิสราเอล” หยุดโจมตีฉนวนกาซา หวั่น สงครามขยายวงกว้าง
ล่าสุด สื่ออิหร่านเผยว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในซีเรียได้ปลิดชีพที่ปรึกษาระดับสูงของกองทัพอิหร่านที่ปฏิบัติการอยู่ในซีเรีย
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวด้านความมั่นคงและสื่อรัฐบาลอิหร่านว่าการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลนอกกรุงดามัสกัสของซีเรียเมื่อวานนี้ ได้สังหาร ‘ซายเยด ราซี มัวซาวี’ (Seyyed Razi Mousavi) ที่ปรึกษาระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบการประสานงานระหว่างพันธมิตรกองทัพซีเรียและอิหร่าน และยังเคยเป็นผู้ช่วยของ ‘กาเซม โซเลมานี’ ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่านที่ถูกโดรนโจมตีของสหรัฐฯ ปลิดชีพไปเมื่อปี 2020 ที่กรุงแบกแดดของอิรัก
โดยสื่อโทรทัศน์ของอิหร่านรายงานข่าวนี้เป็นข่าวด่วน ระบุว่ามัวซาวีเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาอาวุโสที่สุดของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านในซีเรีย โดย ‘ฮุสเซน อัคบารี’ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำซีเรียกล่าวกับทีวีของรัฐบาลอิหร่านว่า มัวซาวีประจำการอยู่ที่สถานทูตในฐานะนักการทูต และถูกสังหารโดยขีปนาวุธของอิสราเอล
ด้านประธานาธิบดี ‘อิบราฮิม ไรซี’ ของอิหร่านบอกว่าการลอบสังหารมัวซาวีเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นความอ่อนแอของอิสราเอล และแน่นอนว่าอิสราเอลต้องชดใช้ ส่วนกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านก็ออกแถลงการณ์ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่าอิสราเอลจะต้องชดใช้กับอาชญากรรมครั้งนี้
ขณะที่ ‘ นัสเซอร์ คานาอานี’ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านบอกว่า อิหร่านขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการจำเป็นเพื่อตอบโต้การกระทำของอิสราเอลในเวลาและโอกาสที่เหมาะสม ส่วนกลุ่มอิสลามิกจีฮัดประณามการสังหารดังกล่าวว่าเป็น “การกระทำที่ขี้ขลาด” ทั้งยังบอกว่ามัวซาวีมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการต่อต้านในภูมิภาค รวมถึงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์
อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลไม่ยอมให้ความเห็น โดยเมื่อถูกนักข่าวถามถึงเหตุสังหารดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวรอบดึกเมื่อคืน โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF ระบุว่าจะไม่ให้ความเห็นต่อรายงานของสื่อต่างชาติ และกองทัพอิสราเอลมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ แต่นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลยอมรับว่ากำลังเตรียมการเพื่อรับมือการตอบโต้กลับของอิหร่านที่อาจจะเกิดขึ้น
อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางทหารในซีเรียมาหลายปีแล้ว โดยบอกว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ศัตรูสำคัญของอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอิทธิพลของอิหร่านในซีเรียเพิ่มสูงขึ้นจากการที่อิหร่านสนับสนุนประธานาธิบดี ‘บาชาร์ อัล-อัสซาด’ ของซีเรียในการทำสงครามกลางเมืองที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2011
โดยนับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาและทำให้อิสราเอลโต้กลับด้วยการเปิดฉากสงครามในกาซา อิสราเอลก็เพิ่มการโจมตีในซีเรียบ่อยขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์อิหร่านก็ได้เผยว่าการโจมตีของอิสราเอลได้สังหารสมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านในซีเรีย 2 คน ซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาการทหารอยู่ในซีเรีย
ทั้งนี้ รายงานระบุว่าอิหร่านได้ส่งสมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติหลายร้อยคนในฐานะ “ที่ปรึกษา” ไปช่วยการฝึกนักรบชีอะห์หลายพันคนจากอิรัก อัฟกานิสถาน และปากีสถานเพื่อสนับสนุนรัฐบาลซีเรียในสงคราม ส่วนนักรบจากกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอนก็ทำงานร่วมกับผู้บัญชาการกองทัพอิหร่านในซีเรียอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
แม้มีความพยายามกดดันจากหลายประเทศโดยเฉพาะชาติอาหรับ แต่ก็มีสัญญาณชัดเจนมาโดยตลอดจากอิสราเอลว่าจะไม่ยอมยุติการทำสงครามในกาซาง่ายๆ ล่าสุด นายกรัฐมนตรี ‘เบนจามิน เนทันยาฮู’ ย้ำจุดยืนนี้อีกครั้งระหว่างเดินทางไปยังตอนเหนือของกาซาเพื่อเยี่ยมทหารอิสราเอล โดยบอกว่าจะไม่หยุดทำสงครามจนกว่าจะแน่ใจว่าเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลแบบเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมจะไม่เกิดขึ้นได้อีก
นี่คือภาพของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูขณะลงพื้นที่เยี่ยมทหารอิสราเอลในตอนเหนือของกาซาเมื่อวาน ผู้นำอิสราเอลกล่าวขอบคุณและยกย่องทหารที่ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจ แต่ก็ย้ำว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบ อิสราเอลจะไม่หยุดการสู้รบจนกว่าจะได้ชัยชนะเหนือฮามาส และทำให้แน่ใจว่าเหตุการณ์โจมตีของฮาสแบบเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมจะไม่เกิดขึ้นอีก
หลังเดินทางกลับจากกาซาผู้นำอิสราเอลได้แถลงที่รัฐสภาอิสราเอลซึ่งมีครอบครัวของตัวประกันเข้าร่วมรับฟังด้วย โดยเนทันยาฮูอ้างว่าการกดดันทางทหารเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการปล่อยตัวประกันราว 100 คนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา การเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในกาซาจึงจำเป็นต่อการช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมดที่ยังถูกฮามาสและกลุ่มอิสลามิกจีฮัดควบคุมตัวเอาไว้ ซึ่งรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่ายังเหลือตัวประกันอยู่อีกกว่า 100 คน
แต่ก่อนที่การแถลงของผู้นำอิสราเอลจะเสร็จสิ้นก็มีการประท้วงขึ้นมาจากกลุ่มญาติของตัวประกัน บางคนตะโกนกดดันนายกรัฐมนตรีอิสราเอลว่าให้ช่วยตัวประกันออกมาเดี๋ยวนี้
จนถึงตอนนี้กองกำลังอิสราเอลพยายามรุกเข้าสู่พื้นที่ตอนกลางของกาซา ขณะเดียวกันก็ยังโจมตีทางตอนเหนือและใต้ต่อด้วย ซึ่งนี่ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตในกาซาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานสาธารณสุขในกาซายืนยันว่านับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้น ยอดผู้เสียชีวิตในกาซาทะลุกว่า 20,600 คนแล้ว และเชื่อว่ายังมีอีกหลายพันศพที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่ถูกโจมตี
เมื่อคืนวันคริสต์มาสอีฟที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ระบุว่าอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศค่ายผู้ลี้ภัยอัล-มากาซีทางตอนกลางของกาซาได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 คน และในวันเดียวกันนั้นเองอิสราเอลยังได้โจมตีทางอากาศเมืองคานยูนิสทางตอนใต้ของฉนวนกาและมีผู้เสียชีวิตไป 23 คน นี่หมายความว่าการโจมตีของอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปมากกว่า 100 คน ภายในเวลาเพียงคืนเดียว การเสียชีวิตของพลเรือนในกาซาโดยมีเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก ทำให้ปฏิบัติการของอิสราเอลในกาซาถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงความชอบธรรม
โดยภาพที่เห็นอยู่นี้คือภาพชาวปาเลสไตน์ในค่ายผู้ลี้ภัยอัล-มากาซี ที่พยายามขุดคุ้ยซากปรักหักพังเพื่อค้นหาสมาชิกครอบครัวที่ติดอยู่ภายในนั้น หลังพื้นที่นี้ถูกโจมตีทางอากาศเมื่อคืนวันคริสต์มาสอีฟที่ผ่านมา
‘อิบราฮิม ยุสเซฟ’ บอกว่าเขารีบกลับบ้านเมื่อได้ยินเสียงการโจมตีทางอากาศ แม้จะช่วยลูกชายออกมาได้หนึ่งคน แต่ภรรยาและลูกๆ อีก 4 คนยังคงติดอยู่ภายใต้ซากอาคารถล่ม โดยในบรรดาลูกของเขามีลูกชายวัยเพียง 4 เดือนรวมอยู่ด้วย นี่ทำให้เขาตั้งคำถามว่าคนเหล่านี้ทำผิดอะไร พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ใช่นักรบต่อต้านอิสราเอล
มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูถูกสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักกดดันให้ลดความรุนแรงของสงครามลง แต่ดูเหมือนว่าแรงกดดันนั้นจะยังไม่เป็นผล เมื่อผู้นำอิสราเอลก็ยังยืนยันเดินหน้าการสู้รบต่อไป รวมถึงประกาศเมื่อวานนี้ว่าจะทำให้สงครามยิ่งเข้มข้นมากขึ้นในเร็วๆ นี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางยุติการสู้รบก็ยังดำเนินอยู่ สื่ออิสราเอลและอาหรับรายงานว่าอียิปต์ได้เสนอแผนสำหรับการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส ในแผนดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกจะมีการหยุดยิง 2 สัปดาห์โดยอาจมีการขยายเวลาออกไป เพื่อปล่อยตัวประกันอิสราเอลที่เป็นผู้หญิง เด็ก และชายชรา 40 คน แลกกับนักโทษปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอล 120 คน
ส่วนเฟสที่ 2 อียิปต์จะจัดการพูดคุยเพื่อหาทางยุติการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มการเมืองปาเลสไตน์ ได้แก่กลุ่มฟาตาห์ที่ปกครองในเขตเวสต์แบงก์ และกลุ่มฮามาสที่ปกครองกาซา โดยหวังให้การพูดคุยนำไปสู่การตั้งรัฐบาลเทคโนแครตเพื่อดูแลความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูกาซา และท้ายสุดคือปูทางไปสู่การเลือกตั้ง
ส่วนเฟสที่ 3 จะมุ่งไปที่การหยุดยิงโดยสมบูรณ์และข้อตกลงที่ครอบคลุมเพื่อปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลและนักโทษปาเลสไตน์ควบคู่ไปกับการที่อิสราเอลถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากฉนวนกาซา และให้ผู้พลัดถิ่นภายในกาซาจากสงครามสามารถกลับไปยังบ้านเรือนของตัวเองได้
สื่ออิสราเอลระบุว่าคณะรัฐมนตรีสงครามที่กำกับดูแลการสู้รบกับฮามาสมีแผนหารือถึงข้อเสนอดังกล่าวเมื่อวาน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ามีท่าทีอย่างไรในเมื่อรัฐบาลอิสราเอลได้ประกาศว่าเป้าหมายคือการขจัดฮามาส สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างอิงนักการทูตตะวันตกที่ระบุว่า มีแนวโน้มว่าเนทันยาฮูและรัฐบาลสายเหยี่ยวของเขาจะไม่รับข้อเสนอเต็มรูปแบบ
ขณะที่รอยเตอร์สรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวจากอียิปต์ว่า ฮามาสและกลุ่มอิสลามิกจีฮัดซึ่งเป็นพันธมิตรปฏิเสธข้อเสนอที่ให้สละอำนาจควบคุมในกาซาเพื่อแลกกับการหยุดยิงถาวร แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ของฮามาสออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยบอกว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกรายงาน
ผลสำรวจนิด้าโพล คนยังหนุน “พิธา” นั่งนายกฯ รองลงมาเป็น “เศรษฐา”
เจอแล้ว! “ปอนด์ P-HOT” หลังหายตัวปริศนา โพสต์แจ้งปลอดภัยดี ขอโทษทำเป็นห่วง รับเมาหนัก คำพูดจาก เว็บสล็อตเว็บตรง
ส่องงบการเงิน 5 ปี ก่อนปิดตำนาน "ขนมแมวดำ" ขนมเด็กยุค 90